ภาษาไทย ภาษาอังกฤษ


ลิ้งค์น่าสนใจ
ชมภาพยนตร์ออนไลน์
พระอภัยมณี ๑ ปฐมบทจินตนาการ
พระอภัยมณี ๒ ลักพาพระอภัยมณี
พระอภัยมณี ๓ กำเนิดสินสมุทร
พระอภัยมณี ๔ เข้าเมืองรมจักร์
พระอภัยมณี ๕ ศึกท้าวอุเทน
พระอภัยมณี ๖ หนีนางผีเสื้อ ๑
พระอภัยมณี ๗ หนีนางผีเสื้อ ๒
พระอภัยมณี ๘ หนีนางผีเสื้อ ๓
พระอภัยมณี ๙ หนีนางผีเสื้อ ๔
พระอภัยมณี สุดสาคร ๐๑
พระอภัยมณี สุดสาคร ๐๒
พระอภัยมณี สุดสาคร ๐๓
พระอภัยมณี สุดสาคร ๐๔
พระอภัยมณี สุดสาคร ๐๕
พระอภัยมณี สุดสาคร ๐๖
พระอภัยมณี สุดสาคร ๐๗
พระอภัยมณี สุดสาคร ๐๙
พระอภัยมณี สุดสาคร ๑๐
พระอภัยมณี สุดสาคร ๑๑
พระอภัยมณี สุดสาคร ๑๒
พระอภัยมณี สุดสาคร ๑๓ (จบ)
ราโชมอน ภาพยนตร์ญี่ปุ่น ๑
ราโชมอน ภาพยนตร์ญี่ปุ่น ๒
ราโชมอน ภาพยนตร์ญี่ปุ่น ๓
ราโชมอน ภาพยนตร์ญี่ปุ่น ๔
ราโชมอน ภาพยนตร์ญี่ปุ่น ๕
ราโชมอน ภาพยนตร์ญี่ปุ่น ๖
ราโชมอน ภาพยนตร์ญี่ปุ่น ๗
ราโชมอน ภาพยนตร์ญี่ปุ่น ๘ (จบ)
การ์ตูนรามเกียรติ์ ๑
การ์ตูนรามเกียรติ์ ๒
การ์ตูนรามเกียรติ์ ๓
หนังสืออีเลกทรอนิกส์
คณิตคิดสนุก เล่ม ๑
คณิตคิดสนุก เล่ม ๒
คณิตคิดสนุก เล่ม ๓
คณิตคิดสนุก เล่ม ๔
คณิตคิดสนุก เล่ม ๕
คณิตประถมศึกษา
คณิตมัธยมศึกษาตอนต้น
ภาษาไทยประถมศึกษา
ภาษาไทยประถม(นกกางเขน)
ภาษาไทยประถม(สังข์ทอง)
ภาษาไทยมํธยม(พระอภยมณี)
วิทยาศาสตร์ประถมศึกษา
วิทยาศาสตร์มัธยมศึกษา
สุขศึกษาและพละ(ประถม)
แบบสำรวจความคิดเห็น
ท่านต้องการให้ทางโรงเรียนพัฒนาด้านใดมากที่สุด
อาคารเรียน อาคารประกอบ
สภาพภูมิทัศน์ภายในโรงเรียน
ระเบียบวินัยของนักเรียน
คุณภาพของครู
การเอาใจใส่ต่อนักเรียน
คุณภาพของนักเรียน
ดูผลโหวด
สถิติผู้เยี่ยมชม
เปิดเว็บไซต์ 30/04/2011
ปรับปรุง 02/05/2017
สถิติผู้เข้าชม 1690121
Page Views 2062359
โรงเรียนในสังกัด

ดูโรงเรียนวัดนาวงในแผนที่ขนาดใหญ่กว่า

ตำนานวัดหูแกง
ตำนานวัดหูแกง
           วัดหูแกงตั้งอยู่หมู่ที่ ๔ คำบลนาวง อำเภอ ห้วยยอด จังหวัดตรัง เป็นวัดโบราณที่สร้างมานานหลายร้อยปีแล้ว ตามหลักฐานทางราชการวัดนี้สร้างเมื่อ พ.ศ. ๒๓๑๙ โดยหลวงไชยพลเดช บนเนื้อที่ ๖๙๕ ไร่ ๓ งาน โดยได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมา เมื่อ พ.ศ. ๒๔๕๕ ขนาด กว้าง ๔๐ เมตร ยาว ๘๐ เมตร และได้ผูกพัทธสีมาเมื่อ ปี พ.ศ. ๒๔๕๙ โดยมีเจ้าอาวาสจนถึงปัจุบัน ดังนี้
           ๑. พระอธิการคงแก้ว พ.ศ. ๒๓๑๙ - พ.ศ. ๒๓๕๐
           ๒. พระอธิการจันทร์แก้ว พ.ศ. ๒๓๕๐ - พ.ศ. ๒๓๖๑
           ๓. พระฉ่ำ ยโสธโร พ.ศ. ๒๔๗๙ - พ.ศ. ๒๔๘๐
           ๔. พระคง พ.ศ. ๒๔๘๐ - พ.ศ. ๒๔๘๑
           ๕. พระสงคราม พ.ศ. ๒๕๑๒ - พ.ศ. ๒๕๑๓
           ๖. พระข้อง พ.ศ. ๒๕๑๓ - พ.ศ. ๒๕๒๓
           ๗. พระครูอรรถศาสนวิจิตร(พระมหาจัด) พ.ศ. ๒๕๒๓ - พ.ศ. ๒๕๓๙
           ๘. พระอาจารย์สุวรรณ กิตติวฺณโน พ.ศ. ๒๕๓๙ - ปัจจุบัน

           แต่ในสภาพความเป็นจริงวัดหูแกงหรือที่ชาวบ้านโดยทั่วไปเรียกว่า "วัดชายคลอง" เป็นวัดร้างที่ไม่มีพระสงฆ์อยู่ประจำเป็นระยะๆ เช่นในช่วงระยะเวลาหลัง ปี พ.ศ. ๒๕๒๓ โดยมากจะไม่มีพระสงฆ์จำพรรษาอยู่เลยจึงต้องให้เจ้าคณะอำเภอห้วยยอดรักษาการเจ้าอาวาสเพื่อรักษาสภาพความเป็นวัดเอาไว้ และบางครั้งมีพระสงฆ์สายอรัญญวาสีได้เดินธุดงค์ปักกลดอยู่เป็นประจำแต่ก็ไม่พระสงฆ์องค์ใดคิดที่จะอยู่เป็นประจำและจากหลักฐานของสำนักงานวัฒนธรรมอำเภอห้วยยอดได้สำรวจสภาพวัดหูแกงครั้งหนึ่งเมื่อปี พ.ศ. ๒๕๑๔พบแต่ซากโบราณสถานที่พังทลายมีสภาพ ดังนี้
          ๑. เสาหงส์ จำนวน ๑ คู่ มีขนาดสูงใหญ่อยู่ในสภาพทรุกโทรม
          ๒. อุโบสถหลังคามุงกระเบื้อง ฐานก่ออิฐถือปูน พระพุทธรูปในอุโบสถมีทั้งที่ประทับยืนและนั่งมีทั้งหมดจำนวน ๔ องค์ แต่ส่วนประกอบปูนปั้นพระพุทธรูป คละเคล้ากันอยู่กันเศษกระเบื้องมุงหลังคาเศษอิฐและกรวดทราย ไม่มีสภาพเดิมให้เห็น เสาอุโบสถเป็นไม้สี่เหลี่ยมขนาดเขื่อง และพบพัทธสีมาครบทั้งหมด
          ๓. ในถ้ำใกล้ๆวัด พบซากพระพุทธรูปปูนปั้นหลายองค์แต่ถูกทำลายจากพวกเล่นพระเครื่องและพวกหาของมีค่า
          ๔. ที่ธรณีสงฆ์ถูกบุกรุกแผ้วถางทำสวนยางพาราจนเหลือพื้นที่ไม่มากนัก
ประวัติการตั้งวัดได้เล่าสืบต่อๆกันมาว่าสมัยก่อนประมาณ ๗๐๐ กว่าปีมาแล้ว แม่น้ำตรัง(คลองท่าประดู่)เดิมเป็นแม่น้ำขนาดใหญ่สามารถล่องเรือขนสินค้าไปขายทางด้านฝั่งอ่าวไทยได้ แต่ไม่สามารถที่จะเดินทางได้ตลอดปีเพราะช่วงหน้าแล้งน้ำน้อยไม่สามารถเดินทางไปได้ตลอด โดยเฉพาะที่วัดหูแกงจะมีแก่งหินขนาดใหญ่ขวางลำแม่น้ำอยู่ทำให้ต้องตั้งที่พักชั่วคราวรอให้มีน้ำมากขึ้นจึงจะล่องเรือต่อไปได้ ซึงก็ใช้เวลาหลายเดือนอยู่กว่าจะล่องเรือต่อไปได้ จึงเกิดชุมชนขึ้น ณ บริเวณนี้ เมื่อเกิดชุมชนซึ่งเป็นชุมชนชาวพุทธ จึงได้สร้างวัดขึ้นมาเพื่อได้ทำศาสนกิจ และเรียกชื่อว่าวัด "หัวแก่ง" ตามลักษณะลำน้ำที่เป็นแก่ง ต่อมาการเรียกขานชื่อวัดเพี้ยนไปเป็นวัด "หูแกง" แต่มีบางส่วนเรียกชื่อวัดว่า "วัดชายคลอง" ก็มี ในบริเวณนี้มีท่าดูดทรายจากลำคลองเพื่อจำหน่าย มีการพบถ้วยชามสมัยราชวงศ์เหม็งจำนวนหนึ่งซึ่งมีจำนวนมากพอสมควรด้วย จึงพอจะสันนิษฐานได้ว่า ชุมชนนี้เกิดขึ้นตรงกับราชวงศ์เหม็งของจีน และมีการติดต่อค้าขายระหว่างกันโดยใช้ลำแม่น้ำตรัง(คลองท่าประดู่) เป็นทางขนส่งสินค้า

ย้อนอดีตมองปัจจุบันวัดหูแกง
           จากหลักฐานทางประวัติศาสตร์ที่พอจะเชื่อถือได้คือ "หนังสือจดหมายระยะทางไปตรวจราชการแหลมมลายู ร.ศ. ๑๒๑ (พ.ศ. ๒๔๔๕) ของสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้ากรมพระยานริศรานุวัดติวงศ์" เชื่อได้ว่าวัดหูแกงเป็นวัดขนาดเล็กที่มีมานานแล้ว ด้วยตามบันทึกในจดหมายเหตุระบุว่า โบสถ์วิหาร ชำรุด ทรุดโทรม ใกล้ผุพัง และหลักฐานทางราชการในหนังสือทำเนียบวัดทั่วประเทศ จึงสอดคล้องกับตำนานที่มีคนเล่ากันมาว่าเป็นวัดที่ผู้เดินทางรอล่องเรือผ่านแก่งหินเพื่อขนสินค้าสร้างขึ้นมาเพื่อทำศาสนกิจ วัดจึงไม่ได้ใหญ่โตแต่อย่างใด แต่ในอดีตมีสภาพที่ดีกว่าวัดคีรีวิหาร
          ปัจจุบันวัด "หูแกง" ได้มีการพัฒนาขึ้นมาใหม เมื่อ ปี พ.ศ. ๒๕๓๘ โดยพระอาจารย์สุวรรณ กิตติวฺณโน เจ้าอาวาสองค์ปัจจุบัน และได้เปลียนสถานที่ไปตั้งในหุบเขาด้านในซึ่งมีความเงียบสงบ โดยจัดทำเป็นลักษณะคล้ายคลึงกับวัดสวนโมกขพลาราม จังหวัดสุราษฎร์ธานี มุ่งเน้นด้านการเผยแพร่ธรรมะให้แก่เด็กและเยาวชนเป็นหลัก พระอาจารย์สุวรรณ จึงใช้ชื่อเรียกวัดนี้ ว่า "อาศรมยุวภวัน" ซึ่งตลอดตั้งปีทางวัดมีกิจกรรมที่ดำเนินการตลอดปี ดังน
           ๑. ใช้เป็นที่อบรมและปฏิบัติของบุคลากรในส่วนราชการต่างๆ
           ๒. เป็นที่อบรมธรรมะและเข้าค่ายปฏิบัติของนักเรียนทั้งในจังหวัดตรังและจังหวัดใกล้เคียง
           ๓. เป็นสถานที่เข้าค่ายปฏิบัติธรรมของโรงเรียนวิถีพุทธตามโครงการของ สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน
           ๔. เป็นสถานที่บวชสามเณรภาคฤดูร้อน ซึ่งมีการบวชสามเณรภาคฤดูร้อนทุกปี
ในอนาคตวัดหูแกง (หรือวัดชายคลอง) ก็คงเป็นสถานที่ฝึกอบรมธรรมะให้กับเยาวชน และประชาชนทั่วไปอีกนาน

เสนาสนะที่มีในปัจจุบัน

           ๑. ศาลาปฏิบัติ ซึ่งใช้เป็นสถานที่ปฏิบัติธรรมตามโครงการต่างๆ ๑ หลัง
           ๒. กุฎิเจ้าอาวาส ๑ หลัง
           ๓. กุฏิสงฆ์จำนวน ๔ หลัง
           ๔. ศาลาที่พักในบริเวณวัด ๑ หลัง (ใช้เป็นที่สนทนาธรรมและอ่านหนังสือธรรมะ)
           ๕. หอระฆังทำด้วยไม้แบบสวยงาม ๑ หลัง
           ๖. ศาลาโรงครัว ๑ หลัง

หมายเหตุ วัดนี้ไม่มีการบำเพ็ญกุศลศพดังวัดโดยทั่วไป

อ้างอิง
          ๑. จุลสารสำนักงานวัฒนธรรมอำเภอห้วยยอด
          ๒. ทำเนียบวัดในประเทศไทยเล่ม ๓
          ๓. จดหมายเหตุ "หนังสือจดหมายระยะทางไปราชการแหลมมลายู ร.ศ. ๑๒๑ (พ.ศ. ๒๔๔๕) ของสมเด็จพระบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้ากรมพระยานริศรานุวัติวงศ์"