ภาษาไทย ภาษาอังกฤษ


ลิ้งค์น่าสนใจ
ชมภาพยนตร์ออนไลน์
พระอภัยมณี ๑ ปฐมบทจินตนาการ
พระอภัยมณี ๒ ลักพาพระอภัยมณี
พระอภัยมณี ๓ กำเนิดสินสมุทร
พระอภัยมณี ๔ เข้าเมืองรมจักร์
พระอภัยมณี ๕ ศึกท้าวอุเทน
พระอภัยมณี ๖ หนีนางผีเสื้อ ๑
พระอภัยมณี ๗ หนีนางผีเสื้อ ๒
พระอภัยมณี ๘ หนีนางผีเสื้อ ๓
พระอภัยมณี ๙ หนีนางผีเสื้อ ๔
พระอภัยมณี สุดสาคร ๐๑
พระอภัยมณี สุดสาคร ๐๒
พระอภัยมณี สุดสาคร ๐๓
พระอภัยมณี สุดสาคร ๐๔
พระอภัยมณี สุดสาคร ๐๕
พระอภัยมณี สุดสาคร ๐๖
พระอภัยมณี สุดสาคร ๐๗
พระอภัยมณี สุดสาคร ๐๙
พระอภัยมณี สุดสาคร ๑๐
พระอภัยมณี สุดสาคร ๑๑
พระอภัยมณี สุดสาคร ๑๒
พระอภัยมณี สุดสาคร ๑๓ (จบ)
ราโชมอน ภาพยนตร์ญี่ปุ่น ๑
ราโชมอน ภาพยนตร์ญี่ปุ่น ๒
ราโชมอน ภาพยนตร์ญี่ปุ่น ๓
ราโชมอน ภาพยนตร์ญี่ปุ่น ๔
ราโชมอน ภาพยนตร์ญี่ปุ่น ๕
ราโชมอน ภาพยนตร์ญี่ปุ่น ๖
ราโชมอน ภาพยนตร์ญี่ปุ่น ๗
ราโชมอน ภาพยนตร์ญี่ปุ่น ๘ (จบ)
การ์ตูนรามเกียรติ์ ๑
การ์ตูนรามเกียรติ์ ๒
การ์ตูนรามเกียรติ์ ๓
หนังสืออีเลกทรอนิกส์
คณิตคิดสนุก เล่ม ๑
คณิตคิดสนุก เล่ม ๒
คณิตคิดสนุก เล่ม ๓
คณิตคิดสนุก เล่ม ๔
คณิตคิดสนุก เล่ม ๕
คณิตประถมศึกษา
คณิตมัธยมศึกษาตอนต้น
ภาษาไทยประถมศึกษา
ภาษาไทยประถม(นกกางเขน)
ภาษาไทยประถม(สังข์ทอง)
ภาษาไทยมํธยม(พระอภยมณี)
วิทยาศาสตร์ประถมศึกษา
วิทยาศาสตร์มัธยมศึกษา
สุขศึกษาและพละ(ประถม)
แบบสำรวจความคิดเห็น
ท่านต้องการให้ทางโรงเรียนพัฒนาด้านใดมากที่สุด
อาคารเรียน อาคารประกอบ
สภาพภูมิทัศน์ภายในโรงเรียน
ระเบียบวินัยของนักเรียน
คุณภาพของครู
การเอาใจใส่ต่อนักเรียน
คุณภาพของนักเรียน
ดูผลโหวด
สถิติผู้เยี่ยมชม
เปิดเว็บไซต์ 30/04/2011
ปรับปรุง 04/07/2017
สถิติผู้เข้าชม 1729320
Page Views 2109998

ดูโรงเรียนวัดนาวงในแผนที่ขนาดใหญ่กว่า

ประวัติวัดนาวง
ประวัติวัดนาวง
ที่ตั้ง
           วัดนาวง ตั้งอยู่เลขที่ ๑๒๑ บ้านนาวง ถนนเพชรเกษม หมู่ที่ ๒ ตำบลบางกุ้ง อำเภอห้วยยอด จังหวัดตรัง สังกัดคณะสงฆ์มหานิกาย หนใต้ ภาค ๑๗ ตั้งอยู่บนเนื้อที่ ๑๗ ไร่ ๑ งาน ๗๗.๔ ตารางวา ตามโฉนดเลขที่ ๑๓๘๙ มีอาณาเขต ทิศเนือติดต่อ ถนนเพชรเกษม ทิศใต้จดโรงเรียนวัดนาวง และที่ดินของนางเขียม ฮึ่งฮก ทิศตะวันออกจดที่ดิน ของนางรุ่น ทิศตะวันตกจดทางหลวงท้องถิ่น และมีธรณีสงฆ์อีก ๒ แปลง เนื้อที่ประมาณ ๔๐ ไร่ เป็นสวนยางพาราและสวนปาล์ม

ประวัติความเป็นมา
           ที่ตั้งวัดเดิมเป็นป่าช้า(สุสาน) ชาวบ้านเรียกกันว่า "ป่าช้าโคกแซะ" ซึ่งปกคลุมไปด้วยหมู่ไม้น้อยใหญ่รกคลึ้มวังเวงน่ากลัว เป็นเกาะอยู่กลางทุ่งนาเนื้อที่ประมาณ ๓๐ ไรมีทุ่งนาล้อมรอบทั้ง ๔ ด้าน (เป็นที่มาของชื่อ "นาวง") และชาวบ้านลือกันว่าผีดุ เพราะสถานที่วังเวงน่ากลัวได้ยินแต่เสียงจั๊กจั้นเรไรร้องระงมเป็นระยะ ๆ ประมาณ พ.ศ. ๒๔๖๐ ชาวบ้านซึ่งมี นายกลิ้ง สนิทปู่ , นายไข่ กิตติคุณ, นายเกลือน พลเดช และนายหนู เขตตะเคียน ได้ไปนิมนต์พระสงฆ์ จากวัดเขาปินะซึ่งเป็นพระสงฆ์ฝ่ายอรัญญวาสี(พระป่าหรือพระธุดงค์) ซึ่งประจำอยู่ที่วัดเขาปินะ ได้มีพระรอด วัฒนผล มานั่งแผ่เมตตาโปรดวิญญาณ ณ ที่ป่าช้าแห่งนี้ และเนื่องจากในสมัยนั้นการคมนาคมลำบากถ้าไปทำบุญที่วัดถ้ำเขาปินะก็จะต้องเดินเป็นระยะทางที่ไกลชาวบ้านดังกล่าว จึงได้ร่วมกำลังกันสร้างวัดขึ้นมา ณ บริเวณป่าช้าาแห่งนี้ โดยนิมนต์พระรอด วัฒนผล (พระครูอรรถสารสุนทร) ให้ท่านเป็นผู้นำสร้างวัด และให้ชื่อว่า"วัดนาวง" ตามลักษณะบริเวณที่ตั้งวัด และวัดได้พัฒนาไปอย่างรวดเร็ว จนได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมา เมื่อวันที่ ๒๔๗๓ โดยมีเขตวิสุงคามสีมา กว้าง ๒๐ เมตร ยาว ๘๐ เมตร ได้ทำการผูกพัทธสีมาฝังลูกนิมิตรในวันที่ ๑๗ เมษายน พ.ศ.๒๔๘๑
เสนาสนะและสิ่งก่อสร้างและสภาพภายในวัด
          พื้นที่ตั้งวัดเป็นที่ราบดินเหนียวปนทราย เดิมเป็นเกาะตั้งอยู่กลางทุ่งนา(เป็นมูลเหตุของการตั้งชื่อ"วัดนาวง") ต่อมามีถนนเพชรเกษมตัดผ่านหน้าวัด ภายในวัดมีการปลูกผลไม้ โดยเฉพาะมังคุด มีต้นจากสาคูและปลูกต้นยางพาราไว้ในวัดด้วย(ปัจจุบันทั้งต้นผลไม้และต้นยางพารา ได้โค่นแผ้วถางออกจนหมดแล้ว)เพื่อขยายอาณาเขตทำกิจกรรมภายในวัดให้มากขึ้นและได้สร้างเสนาสนะต่างๆขึ้น ดังนี้
           - พ.ศ. ๒๔๘๒ สร้างศาลาหอฉันโครงไม้ และกุฎีสงฆ์จำนวน ๕ หลัง เป็นครึ่งตึกครึ่งไม้ ๔ หลัง, เป็นไม้ทั้งหลังอีก ๑ หลัง (ปัจจุบันไม่มีสภาพเดิมให้เห็นมีที่สร้างขึ้นมาใหม่และปรับปรุงของเก่าให้ดีขึ้นกว่าเดิมเช่น กุฎีของเจ้าอาวาส)
           - พ.ศ. ๒๕๑๖ สร้างศาลาการเปรียญขนาดกว้าง ๘ เมตร ยาว ๒๔ เมตร โครงสร้างเป็นคอนกรีตเครื่องบนเป็นไม้ (ปัจจุบันยังอยู่ในสภาพที่ดีตามที่ปรากฏในภาพถ่าย)
           - พ.ศ. ๒๕๑๘ สร้างโรงครัวหุงต้ม ๑ หลัง ขนาดกว้าง ๖ เมตร ยาว ๑๘ เมตร (ปัจจุบันได้มีการต่อเติมเป็นโรงเลี้ยงอาหารสำหรับการจัดงานฌาปนกิจศพ)
           - สร้างเมรุเผาศพพร้อมศาลาบำเพ็ญกุศลซึ่งใช้จนถึงปัจจุยันนี้
           - ต่อมาได้มีการสร้างเสนาสนะขึ้นอีหลายอย่างที่สำคัญคือศาลาหอฉันหลังใหม่เป็นแบบตึก ๒ ชั้น ซึ่งได้สร้างเสร็จเรียบร้อยสมบูรณ์เมื่อ พ.ศ. ๒๕๔๘
           - สำหรับปูชนียวัตถุ มีพระประธานปางสมาธิหน้าตักกว้าง ๓๐ นิ้ว, พระพุทธรูแบบเชียงแสน และ พระพุทธรูปหินอ่อนแบบพม่า หน้าตักกว้าง ๒๐ นิ้ว ๑ องค์และต่อมาได้มีผู้มีจิตศรัทธาสร้างพระพุทธรูปและรูปหลวงปู้ทวดเหยียบน้ำทะเลจืด ประดิษฐานไว้ ณ ศาลาโรงฉันหลังใหม่
           - ตั้งแต่ พ.ศ. ๒๕๕๐ เป็นต้นมา ภายใต้การนำของพระมหานริศ กนตฺวีโร(ปัจจุบันเป็น"พระครูชั้นเอก ที่ "พระครูโกศลวีรธรรม")  เจ้าอาวาสวัดนาวง, พระปลัดบุญชู รองเจ้าอาวาส พร้อมด้วยคณะกรรมการวัดและพุทธบริษัทอันมี นายกล่ำ ธนะภพ, นายประเสริฐ สิทธิชัย, นายอุดมศักดิ์ สิทธิชัย ได้มีการปฏิสังขรณ์วัดครั้งใหญ่ โดยมีการบูรณะอุโบสถหลังเดิมซึ่งสร้างมาตั้งแต่ ปี พ.ศ. ๒๔๗๓ ด้วยสถาปัตยกรรมแบบโบราณมีเฉลีงรอบตัวอุโบสถที่สวยงาม ด้วยงบประมาณกว่า ๔,๐๐๐,๐๐๐.- บาท จนสำเร็จเรียบร้อยสวยงาม, นอกจากนี้ยังมีการปรับปรุงศาลาการเปรียญ หอระฆัง ทาสีกำแพงวัดโดยรอบ ซ่อมเมรุใหม่ให้ใช้การได้ดี และได้มีการจัดงานยกช่อฟ้าใหม่ขึ้นเมื่อวันที่ ๑๐ ตุลาคม ๒๕๕๒ โดยมี พณฯชวน หลีกภัย อดีตนายกรัฐมนตรีคนที่ ๒๐ ของไทยเป็นประธานพิธียกช่อฟ้า(ดังปรากฏในภาพ)

ทำเนียบเจ้าอาวาส
          ๑. พระครูอรรถสารสุนทร (พ่อท่านรอด) ชื่อเดิม รอด นามสกุล วัฒนผล ฉายา พุทธสาโร พ.ศ. ๒๔๖๑ - พ.ศ. ๒๕๐๕
          ๒. พระครูวิบูลธรรมโกศล (ชื่อเดิม จัด นามสกุล รอดทุกข์) พ.ศ. ๒๕๐๕ - พ.ศ. ๒๕๔๔
          ๓. พระมหานริศ กฺนตวีโร(พระครูโกศลวีรธรรม) พ.ศ. ๒๕๔๔ - ปัจจุบัน

ด้านการศึกษาและการสนับสนุนการศึกษา
           - ได้ส่งเสริมให้พระสงฆ์เณรได้เรียนพระปริยัติธรรม และเรียนบาลีตลอดจนเรียนทางด้านพุทธศาสนาทั้งในและต่างแระเทศนับได้มากมายหลายร้อยรูป
           - เป็นแหล่งเรียนรุ้ของนักเรียนโดยเฉพาะนักเรียนโรงเรียนวัดนาวงได้มาเรียนวิชาพุทธศาสนาทุกวันพฤหัสบดี โดยท่านพระอาจารย์มหานริศ กฺนตวีโร เจ้าอาวาส
           - ทางวัดนาวงได้รักษากฎเกณฑ์ได้ดีเสมอมาทั้งทางด้านพระวินัยของสงฆ์ การปฏิบัติตัวของอุบสกอุบาสิกาและประชาชนโดยทั่วไปที่มาร่วมงานต่างในวัดต้องไม่ดื่มสุรา และเล่นการพนันโดยเด็ดขาดซึ่งในปจจุบันวัดต่างๆได้ละเลยกฏเกณฑ์เหล่านี้เป็น่วนมา
           - ความเชื่อและศรัทธาในท่านพระครูอรรถสารสุนทร(พ่อท่านรอด)เจ้าอาวาสองค์แรกยังคงมีอยู่จนถึงปัจจุบันนี้ ใครคิดทำงานทำการใดๆถ้าไม่ต้องการให้ฝนตกก็จะพากันอธิษฐานต่อท่านและได้ผลอย่างที่อัศจรรย์

แหล่งข้อมูล: หนังสือประวัติวัดทั่วราชอาณาจักร เล่มที่ ๓ โดยกองพุทธศาสนา กรมศาสนา กระทรวงศึกษาธิการ หน้า ๑๓๑ - ๑๒๒ พิมพ์ พ.ศ. ๒๕๒๗
หนังสือทำเนียบห้วยยอด เขียนโดย ส.ต.สนิท พลเดช